แนวทางการบริหารจัดการสมาคมฯ ปี พ.ศ. 2558 - 2560
18 มีนาคม 2558 (305 คน)

แนวทางการบริหารจัดการสมาคมฯ ปี พ.ศ. 2558 -  2560
 
          สมาคมพันธุศาสตร์แห่งประเทศไทย เป็นสมาคมวิชาการที่มีเกียรติประวัติยาวนานกว่า 30 ปี มีกำเนิดจากการจัดสัมมนามหาวิทยาลัยมหิดลเรื่อง “พันธุศาสตร์กับการพัฒนาประเทศ” ซึ่งจัดขึ้น ณ คณะแพทยศาสตร์ศิริรราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล  เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2521 ในการสัมมนาครั้งนั้น ได้มีการระดมคณาจารย์และนักวิชาการด้านพันธุศาสตร์จากทั่วประเทศไทยมาร่วมให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะในการนำพันธุศาสตร์มาใช้ในการพัฒนาประเทศ  เมื่อเสร็จสิ้นการสัมมนาในครั้งนั้น ได้มีการจัดตั้ง “ชมรมพันธุศาสตร์แห่งประเทศไทย” ขึ้นโดยมี ศ. พญ. คุณ สุภา ณ นคร ประธานจัดการสัมมนาเป็นประธานชมรม  ต่อมาได้จดทะเบียนเป็น “สมาคมพันธุศาสตร์แห่งประเทศไทย” เมื่อปี พ.ศ. 2528 สมาคมพันธุศาสตร์แห่งประเทศไทย มีบทบาทเป็นศูนย์กลางในการระดมคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิชาการด้านพันธุศาสตร์ เพื่อดำเนินการจัดกิจกรรมในการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านพันธุศาสตร์และสาขาใกล้เคียงมีบทบาทในการสนับสนุนและส่งเสริมในการนำความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีทางพันธุศาสตร์มาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและสังคมไทย โดยมีบทบาทสำคัญในการนำข้อมูลและความรู้ทางวิชาการด้านพันธุศาสตร์มาใช้ในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศและสังคมไทย อันเป็นจุดประสงค์ที่มีมาแต่อดีตก่อนการจัดตั้งชมรมพันธุศาสตร์แห่งประเทศไทยและสมาคมพันธุศาสตร์แห่งประเทศ ในระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา สมาคมพันธุศาสตร์แห่งประเทศไทย มีกิจกรรมและผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกของสมาคมฯ ประชาคมทางวิชาการ และสังคมไทยด้วยดีตลอดมา  แต่สมาคมฯ มีการเจริญเติบโตและขยายตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าในช่วงเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมาองค์ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีทางด้านพันธุศาสตร์ได้มีการพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและลึกซึ้ง ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศและสังคมไทยได้อย่างมากมายหลายด้าน แต่ความเจริญก้าวหน้าของสมาคมฯ ในด้านการบริหารจัดการและการดำเนินกิจกรรมทางวิชาการมิได้เกิดขึ้นอย่างเท่าทันและสอดคล้อง สมาคมฯ จึงยังสามารถสร้างบทบาทและกิจกรรมทางวิชาการที่จะก่อให้เกิดประโยชน์และผลกระทบในทางสร้างสรรค์ต่อประเทศและสังคมไทยได้อีกมาก คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ชุดใหม่ได้เข้ารับตำแหน่ง ในวาระนับตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2556 ถึงวันที่ 16 กรกฎาคม 2558 จึงมีแนวทางที่จะพัฒนาการบริหารจัดการและการจัดกิจกรรม เพื่อให้สมาคมฯ มีความเจริญก้าวหน้าและมีบทบาทมากที่เด่นชัดขึ้น ดังนี้
          สมาคมฯ จำเป็นต้องปรับภาพลักษณ์ (image) บทบาท (role) กิจกรรม (activities) และผลการดำเนินงาน (outputs) ให้โดดเด่นและเห็นชัด (visibility) เป็นประโยชน์แก่มวลสมาชิกและภาคส่วนต่างๆ ของสังคมและประเทศ สร้างความน่าเชื่อถือและศรัทธา  สมาคมฯ จึงจำเป็นต้องประชาสัมพันธ์เผยแพร่เกียรติประวัติ กิจกรรม ผลงานและการสร้างคุณประโยชน์ต่างๆ ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง กว้างขวางและมีประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นต้องรวบรวมและจัดทำหนังสือประวัติของสมาคมฯ สื่อสิ่งพิมพ์ และดำเนินการปรับปรุงเว็บไซต์ของสมาคมฯ ให้มีข้อมูลที่สำคัญ มีภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือและดึงดูดความสนใจ
สมาคมฯ จำเป็นต้องขยายฐานและเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับการจัดทำฐานข้อมูลสมาชิกของสมาคมฯ ให้ถูกต้องและมีข้อมูลสำคัญที่ครบถ้วนทันสมัย สามารถเรียกดูข้อมูลที่สำคัญของสมาชิก เช่น สาขาที่สมาชิกมีความเชี่ยวชาญ และผลงานที่โดดเด่น เป็นต้น
          สมาคมฯ จำเป็นต้องปรับรูปแบบการบริหารจัดการและดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีแนวทางการบริหารจัดการและดำเนินงานในรูปแบบเครือข่ายของกลุ่มหรือสาขาวิชาการ โดยมีกรรมการสมาคมฯ ที่มีความเชี่ยวชาญและมีความสนใจในเรื่องนั้นๆ เป็นประธาน  และมีคณะกรรมการเครือข่าย ทั้งจากกรรมการสมาคมฯ และบุคคลภายนอก ผู้มีความรู้ ความสนใจ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ ตรงต่อลักษณะกิจกรรมของเครือข่าย และมีความเต็มใจที่จะร่วมกันทำงาน  ลักษณะของกิจกรรมเป็นไปตามธรรมชาติ และความพร้อมของเครือข่ายฯ โดยแต่ละเครือข่ายฯ อาจจะมีกิจกรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกของสมาคมฯ และสังคม ในด้านวิชาการ การศึกษา การบริการ หรือการวิจัย  ตัวอย่างกิจกรรม เช่น การจัดประชุมหรือสัมมนาวิชาการของเครือข่าย การจัดฝึกอบรม การพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาการเรียนการสอน การร่วมกันแต่งหนังสือหรือตำรา การพัฒนาคู่มือการทำงาน การพัฒนางานบริการ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาโครงการวิจัยและการทำงานวิจัยร่วมกัน ฯลฯ
          สมาคมฯ จำเป็นต้องระดมเงินทุนและทรัพยากรสนับสนุนจากทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินงานและจัดกิจกรรมต่างๆ ที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งจำเป็นจะต้องได้รับความช่วยเหลือจากที่ปรึกษาและกรรมการทุกท่าน เพราะหากขาดเงินทุนและทรัพยากรสนับสนุนแล้ว กิจกรรมและผลงานของสมาคมฯ ตามแผนงานและแนวทางข้างต้นย่อมไม่สามารถจะกระทำให้เป็นจริงได้
          คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ มีนโยบายในการบริหารและดำเนินงานสมาคมฯ อย่างมีธรรมาภิบาล ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต บริสุทธิ์ ถูกต้อง โปร่งใส่ ตรวจสอบได้ รับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และมีความสามัคคีในการบริหารจัดการ การดำเนินงาน และการจัดกิจกรรม และมีความรับผิดชอบต่อสมาชิกและสังคม
ติดริบบิ้นสีดำให้กับเว็บไซต์ เพื่อถวายความอาลัย